นาฏยตันตระ การร่ายรำที่ได้รับแรงบันดาลใจ และพื้นฐานมาจากจารยนฤฏยะ ศาสตร์การร่ายรำบนรากฐานของพุทธศาสนาวัชรยานแห่งเนปาล (Newar Buddhism) โดยประยุกต์ให้เข้ากับบริบททางสังคมวัฒนธรรมที่แปรเปลี่ยนไป ทั้งนี้แก่นสำคัญของการร่ายรำเพื่อนำผู้คนให้ประจักษ์ในพุทธจิตในตนยังคงเป็นหลักการสำคัญของการร่ายรำ การปลุกการรู้สึกตัวเท่าทันปัจจุบันขณะ ก่อเกิดการตื่นรู้ภายในของจิต เมื่อจิตตื่นขึ้นจากมายาคติของความคิด ตัวตน สิ่งที่ตามมาย่อมเกิดความเบิกบานภายในเป็นธรรมดา อาจกล่าวได้ว่านาฏยตันตระเป็นการร่ายรำเพื่อให้บุคคลประจักษ์ถึง ความเป็นพุทธะ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานนั้นเอง
อะไร คือ จารยนฤฏยะ (Charya Nritya)
นาฏยศาสตร์ที่มีกำเนิดมานานกว่าพันปี และถูกเก็บรักษาไว้ในเนปาลมณฑล หุบเขาแห่งศิลปวัฒนธรรม และการแสวงหาทางจิตวิญญาณ โดยเกี่ยวเนื่องกับพิธีกรรมทางพุทธศาสนาวัชรยานของกลุ่มพุทธตันตระในเนปาล และเป็นไปตามคัมภีรย์พุทธตันตระ อย่างเหวัชระตันตระ โยคาจารย์ผู้ปฏิบัติธรรมบนทางของสาธนา ใช้การร่ายรำที่เปี่ยมด้วยสติตื่นรู้ในสมาธิภาวะ เป็นทางในการปฏบัติธรรม และเป็นเครื่องบูชาพลีถวายแด่พุทธเทวะ เพื่อประจักษ์ในพุทธะภายในตน ศาสตร์การร่ายรำแขนงนี้มีความพิเศษมจากศาสตร์อื่นตรงที่เป็นไปเพื่อการหลุดพ้นจากอัตตา ประจักษ์ในธรรมชาติของจิต เป็นความเริงรมย์ทางจิตวิญญาณ มิใช่การบำเรอโสตประสาทสัมผัสทางโลกเพียงอย่างเดียว ดังนั้นศาสตร์การร่ายรำแขนงนี้ จึงเป็นการบูรณาการเอาธรรมอุบายวิธีต่างๆในการเข้าถึงธรรมชาติแห่งจิตไว้ในการร่ายรำ ไม่ว่าจะเป็น หลักโยคะในความหมายของการประสานรวมเป็นหนึ่ง ของกาย และจิต, ธยาน, ชาปา(japa) การท่องมนตรา, มุทรา และการควบคุมการเคลื่อนไหวร่างกายด้วยความตื่นรู้ ทั้งหมดนำไปสู่ประสบการณ์สัมผัสถึง มหาสุขขะ สุขจากการได้สัมผัสพุทธภาวะภายใน และสิ่งนี้เอง คือ ความพิเศษของจารยนฤฏยะ
เทวโยคะ เป็นหลักของการปฏิบัติธรรมที่สำคัญของวัชรยาน จึงเป็นรากฐานของจารยนฤฏยะอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การเข้าสู่มณฑลของเทวะ และรวมเป็นหนึ่งกับพุทธเทวะนั้นเป็นทั้งหมดของการร่ายรำแขนงนี้ เพื่อเข้าถึง และประจักษ์พุทธภาวะในตน โดยใช้สามองค์ประกอบสำคัญของชีวิต และการกระทำ นั้นคือ กาย วาจา ใจ เป็นเครื่องมือในการปฏิบัติ
มุทราเข้ามามีบทบาทสำคัญกับการควบคุมกาย โดยใช้การเคลื่อนไหวของมือมาเป็นทางในการปฏิบัติ เข้าควบคุมวาจา ด้วยบทมนตรา สุดท้ายจิตนั้นเข้าสู่สมาธิตื่นรู้ ด้วยการใช้จินตภาพถึงพุทธเทวะ และพุทธมณฑล ดังนั้นกาย และจิตย่อมเข้าสู่สภาวะของการตื่นรู้ อย่างเป็นธรรมชาติ เมื่อจิตมิได้เร่ร่อนไปไหน การตระหนักรู้ถึงธรรมชาติของจิตย่อมเกิดขึ้นเป็นธรรมดา เมื่อเกิดการตระหนักรู้ในธรรมชาติของจิต สิ่งที่ตามมา คือ ความเบิกบานภายใน
จารยนฤฏยะ จึงเป็นการนำเทวโยคะมาสร้างสรรค์ในรูปแบบของการร่ายรำ และเกื้อกูลการปฏิบัติเทวโยคะบนทางของสาธนาให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น จากเดิมที่นั่งปฏิบัติภาวนา เมื่อจิตสัมผัสถึงอิสรภาพภายใน ความเบิกบานย่อมก่อเกิด เร่งเร้าให้กายเคลื่อนไหวปรากฏรูป ก็กลับกลายเป็นการเริงรำในภาวะตื่นรู้ พร้อมกับน้อมวาจาสู่มนตราบรรเลงควบคู่กับการร่ายรำ และน้อมจิตสู่พุทธภาวะภายในตน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น